Posts Tagged ‘ท่องเที่ยวเชียงราย

ดอยพญา พิภักดิ์เป็นยอดภูเขาสูง มีทิวทัศน์สวยงาม อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่า-ห้วยแดง ป่าห้วยตาลและป่าห้วยไคร้ ท้องที่บ้านพญาพิภักดิ์ ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย

ดอยพญา พิภักดิ์เป็นยอดภูเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงาม บนยอดดอยสามารถมองเห็นทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงฤดูหนาวทางทิศตะวัน ออก ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถมองเห็นภูชี้ฟ้าและผาตั้งได้อย่างชัดเจน และสามารถชมความสวยงามของแม่น้ำอิงได้ทางทิศตะวันตก และบริเวณดอยพญาพิภักดิ์และดอยขุนห้วยเจดีย์สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่ง ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำอิงและแม่น้ำหงาว

(more…)

อนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติ ตั้งอยู่ที่ บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่า ที่บ้านสันติคีรีเป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ดอยหลวง ดอยขาว และดอยผาหม่น จ.เชียงราย พ.ศ.2514-2528 และพื้นที่เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ ในปี 2524 จากการสู้รบดังกล่าวอดีตทหารจีนคณะชาติได้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพเป็น จำนวนมากรัฐบาลไทยจึงกำหนดสถานะให้อดีตทหารจีนและคณะชาติเหล่านั้น เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย

(more…)

บ้านหาดบ้าย-หาดทรายทอง เป้นหมู่บ้านชาวไทยลื้อ ที่มีวัฒนธรรมอันสวยงาม ตลอดจนถึงภาษาพุดก็เช่นกัน และเป็นอีกหมู่บ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทาง เชียงแสน – เชียงของ เป็นถนนเลียบริมแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าสนใจ โดยเฉพาะฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงจากอำเภอเชียงของ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปยังบ้านหาดบ้าย โดยขึ้นเรือที่ท่าเรือบั๊ก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งโขงอันสวยงามอีกด้วย และบริเวณบ้านหาดบ้าย หมู่ที่ 1 ต.ริมโขง ตรงข้ามบ้านดอยแดง เมืองต้นผึ่ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ยังได้รับการประกาศเป็นจุดผ่อนปรนไทย-ลาว โดยกำหนดเปิดจุดผ่อนปรนทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. และอนุญาติให้เข้าออกได้ภายในเขตหมู่บ้านหาดบ้ายเท่านั้น

(more…)

วนอุทยานห้วยทรายมาน อยู่ในท้องที่ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โขงฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทบานเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549

(more…)

วนอุทยานห้วยน้ำช้าง อยู่ในท้องที่ หมู่ 5 ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำม้าและป่าน้ำช้าง มีอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงาม อยู่ใกล้แหล่งชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของราษฎรในท้องถิ่น ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจากตำบลใกล้เคียงและต่างอำเภอเข้ามาท่องเที่ยวเป็น จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เทศกาลลอยกระทง และเทศกาลสงกรานต์

กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะโดดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เพื่อเป็นการสงวนตุ้มครองพื้นที่ให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อประโยชน์เป็นแหล่งศึกษาวิจัยค้นคว้า และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมตลอดจนความหลากลายทางชีวภาพ สำหรับเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและสำหรับอยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหาร แหล่งนันทนาการ และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประชาชน จึงได้นำเรื่องเรียนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายยงยุทธ ติยะไพรัช) ให้ความเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 และได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานห้วยน้ำช้าง เนื้อที่ 14,033 ไร่ ตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1509/2549 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549

(more…)

วัดถ้ำป่าอาชาทอง หรือที่รู้จักกันดีว่า “พระขี่ม้า“  ตั้งอยู่ที่ บ้านแม่คำหลัก 7 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย อยู่บนดอยสูงท่ามกลางป่าเขา มีท่านพระครู เหนือชัย โฆษิโต ดำรงตำเหน่งเป็นเจ้าอาวาส และเป็นผู้บุกเบิกตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นมา เชียงแสน

ในอดีตท่านเป็นข้าราชการทหาร จากนั้นได้เข้าบวช และศึกษาพระธรรม จนได้ออกธุดง เพื่อค้นหาสัจจธรรม จนได้มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าผาม้า ท่านได้มานั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่หลายวัน จากนั้นได้ตั้งจิตว่าจะสร้างสำนักสงฆ์ บนดอยแห่งนี้  ได้บำเพ็ญศิลอยู่อย่างสงบนานหลายเดือน จนชาวบ้านมาพบเห็นความลำบาก จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้นำม้าของชาวบ้านมาถวาย เพื่อให้ใช้ขี่ไปบิณฑบาตรยามเช้า เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่า พระต้องเดินลัดเลาะผ่านแนวเขาสูงชัน ผ่านป่า รวมทั้งลำห้วย แม้แต่รถก็ไม่สามารถผ่านได้

(more…)

สวัสดีครับ สำหรับครั้งนี้ผมได้โอกาสไปเที่ยวสถานที่ ที่ผมคิดว่าใกล้บ้านผมที่สุดครับ หลังจากกลับบ้านตอนสิ้นปี ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาที่เหลือ อีก 2 วันก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ นั่งรถไป 30 นาที ไปยังสถานที่ ที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตไม่ค่อยดีนัก จะรู้จักกันในทางที่ด้านมืด(ยาเสพติด) บนสถานที่ ที่เคยปลูกฝิ่นมากที่สุดบนแผ่นดินสยาม มีการแลกเปลี่ยนค้าขาย ฝิ่นกันเป็นจำนวนมาก  มันคือ ดินแดนแห่งการค้าฝิ่นในอดีต ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ จากแดนฝิ่นสู่ถิ่นชา

สามเหลี่ยมทองคำ

ผมนั่งรถใช้เวลาไม่มาก แค่ 30 นาที ก็มาถึง สามเหลี่ยมทองคำ จะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เด่นแต่ไกลโดยหันหน้าไปทางทิศให้  นั่งอยู่บนเรือ ที่มีช้างเผือก 4 เชือก เมื่อขับรถเข้ามาใกล้ๆ ดินแดนตรง ที่แม่น้ำสองสาย มาบรรจบกัน ทำให้เกิดดอนทราย เป็นรูปสามเหลี่ยม สีของแม่น้ำที่ตัดกัน สีขุ่นของแม่น้ำโขง และสีใสของแม่น้ำสายที่กั้นดินแดน ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศพม่า  มาบรรจบกันพอดีที่
(more…)

พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า  เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี มีพระชนมายุ 88 พรรษา โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อทรงทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อต้นปี พ.ศ.2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริจะสร้าง “บ้านที่ดอยตุง” พร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ ” ปลูกป่าบนดอยสูง” จึงกำเนิดเป็นโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น โดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครอง นอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้ว ยังมีการฝึกอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียวกันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้
(more…)

การเดินทางมาที่ วัดร่องขุ่น เมื่อมาถึงจังหวัดเชียงราย ก่อนเข้าตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 13 กิโลเมตร ตรงสามแยกไฟแดงทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ จะเป็นที่ตั้งของ วัดร่องขุ่น ซึ่งห่างถนนใหญ่เพียง 100 เมตร เท่านั้น อยู่ในท้องที่ตำบลอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก
(more…)

หลังจากพระอาทิตย์หลับขอบฟ้า อากาศก็เริ่มเย็นลงเร็วมาก ลมบนยอด ภูชี้ฟ้า เริ่มแรง ที่พัดเอาความเย็นยะเหยือกจาก ไอน้ำแม่น้ำโขงด้านล่าง มาปะทะกับใบหน้า ที่ตอนนี้มันเริ่มชา และเย็นมากเลยทีเดียว พวกเราเลยเดินเท้ากลับลงมาจากยอดภู อันตอนเดินลงมีก็ยังดีกว่าตอนเดินขึ้นที่ทั้งเหนื่อยและอากาศแห้ง ทำให้เหนื่อยกว่าปกติ แต่ด้วยอากาศที่เย็นและแห้ง มันยิ่งทำเราเหนื่อยพอๆ กับตอนขาขึ้นเลยที่เดียว

น้ำค้างเริ่มลง ยอดหญ้าเริ่มเปลียกทำให้เดินลื่นมากเลยต้องค่อยเดินกันกลับลงไปที่ลานจอดรถ นักท่องเที่ยว ด้านล่าง และแล้วความซวยก็มาถึงเมื่อคิวรถหมด เพราะลงมาถึงที่จอดรถมันมืดมากแล้ว ไม่ทีรถอยู่ซักคันเลยต้องเดินเท่าลงดอย อีก 1.7 กิโลเมตรทั้งเดินทั้งวิ่ง เพราะกลัวในความมืดที่ไม่รู้ว่ามีสัตว์ป่าที่อันตรายหรือเปล่า เราใช้เวลากันซักพักกว่าจะมาถึงที่กางเต็นท์ด้านล่างทำเอา ร้อนเลยครับตอนนี้ เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ อากาศที่ว่าหนาวต้อนนี้ร้อนมากครับ พ่อกับแม่ผมท่านไม่ได้ขึ้นไปด้วยเลยไปซื้อกับข้าว ด้านล่างลมแรงมากทีเดียวครับ ตรงจุดสำหรับกางเต็นท์ เขาทำเป็นแบบขั้นบันไดตามไหลเขา และมีห้องน้ำไว้คอยอำนวยความสะดวกอยู่ด้านล่าง มีทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำไว้คอยบริการ ฟรีครับ
(more…)


Page 1 of 212
top