"เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง"
วัดป่าสัก อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เขตตำบลเวียง พระเจ้าแสนภูทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1838 และให้ปลูกต้น สักล้อมกำแพงจำนวน 300 ต้น จึงได้ชื่อว่า วัดป่าสัก ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้

ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงมณฑปยอดระฆัง ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกตาตุ่มข้างขวาจาก เมืองปาฏลีบุตร
วัดถ้ำป่าอาชาทอง หรือที่รู้จักกันดีว่า “พระขี่ม้า“ ตั้งอยู่ที่ บ้านแม่คำหลัก 7 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย อยู่บนดอยสูงท่ามกลางป่าเขา มีท่านพระครู เหนือชัย โฆษิโต ดำรงตำเหน่งเป็นเจ้าอาวาส และเป็นผู้บุกเบิกตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นมา เชียงแสน
ในอดีตท่านเป็นข้าราชการทหาร จากนั้นได้เข้าบวช และศึกษาพระธรรม จนได้ออกธุดง เพื่อค้นหาสัจจธรรม จนได้มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าผาม้า ท่านได้มานั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่หลายวัน จากนั้นได้ตั้งจิตว่าจะสร้างสำนักสงฆ์ บนดอยแห่งนี้ ได้บำเพ็ญศิลอยู่อย่างสงบนานหลายเดือน จนชาวบ้านมาพบเห็นความลำบาก จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้นำม้าของชาวบ้านมาถวาย เพื่อให้ใช้ขี่ไปบิณฑบาตรยามเช้า เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่า พระต้องเดินลัดเลาะผ่านแนวเขาสูงชัน ผ่านป่า รวมทั้งลำห้วย แม้แต่รถก็ไม่สามารถผ่านได้
สวัสดีครับ สำหรับครั้งนี้ผมได้โอกาสไปเที่ยวสถานที่ ที่ผมคิดว่าใกล้บ้านผมที่สุดครับ หลังจากกลับบ้านตอนสิ้นปี ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาที่เหลือ อีก 2 วันก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ นั่งรถไป 30 นาที ไปยังสถานที่ ที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตไม่ค่อยดีนัก จะรู้จักกันในทางที่ด้านมืด(ยาเสพติด) บนสถานที่ ที่เคยปลูกฝิ่นมากที่สุดบนแผ่นดินสยาม มีการแลกเปลี่ยนค้าขาย ฝิ่นกันเป็นจำนวนมาก มันคือ ดินแดนแห่งการค้าฝิ่นในอดีต ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ จากแดนฝิ่นสู่ถิ่นชา
ผมนั่งรถใช้เวลาไม่มาก แค่ 30 นาที ก็มาถึง สามเหลี่ยมทองคำ จะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เด่นแต่ไกลโดยหันหน้าไปทางทิศให้ นั่งอยู่บนเรือ ที่มีช้างเผือก 4 เชือก เมื่อขับรถเข้ามาใกล้ๆ ดินแดนตรง ที่แม่น้ำสองสาย มาบรรจบกัน ทำให้เกิดดอนทราย เป็นรูปสามเหลี่ยม สีของแม่น้ำที่ตัดกัน สีขุ่นของแม่น้ำโขง และสีใสของแม่น้ำสายที่กั้นดินแดน ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศพม่า มาบรรจบกันพอดีที่
(more…)
พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี มีพระชนมายุ 88 พรรษา โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม
ขณะเดียวกัน สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อทรงทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อต้นปี พ.ศ.2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริจะสร้าง “บ้านที่ดอยตุง” พร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ ” ปลูกป่าบนดอยสูง” จึงกำเนิดเป็นโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น โดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครอง นอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้ว ยังมีการฝึกอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียวกันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้
(more…)
การเดินทางมาที่ วัดร่องขุ่น เมื่อมาถึงจังหวัดเชียงราย ก่อนเข้าตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 13 กิโลเมตร ตรงสามแยกไฟแดงทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ จะเป็นที่ตั้งของ วัดร่องขุ่น ซึ่งห่างถนนใหญ่เพียง 100 เมตร เท่านั้น อยู่ในท้องที่ตำบลอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก
(more…)
หลังจากพระอาทิตย์หลับขอบฟ้า อากาศก็เริ่มเย็นลงเร็วมาก ลมบนยอด ภูชี้ฟ้า เริ่มแรง ที่พัดเอาความเย็นยะเหยือกจาก ไอน้ำแม่น้ำโขงด้านล่าง มาปะทะกับใบหน้า ที่ตอนนี้มันเริ่มชา และเย็นมากเลยทีเดียว พวกเราเลยเดินเท้ากลับลงมาจากยอดภู อันตอนเดินลงมีก็ยังดีกว่าตอนเดินขึ้นที่ทั้งเหนื่อยและอากาศแห้ง ทำให้เหนื่อยกว่าปกติ แต่ด้วยอากาศที่เย็นและแห้ง มันยิ่งทำเราเหนื่อยพอๆ กับตอนขาขึ้นเลยที่เดียว

น้ำค้างเริ่มลง ยอดหญ้าเริ่มเปลียกทำให้เดินลื่นมากเลยต้องค่อยเดินกันกลับลงไปที่ลานจอดรถ นักท่องเที่ยว ด้านล่าง และแล้วความซวยก็มาถึงเมื่อคิวรถหมด เพราะลงมาถึงที่จอดรถมันมืดมากแล้ว ไม่ทีรถอยู่ซักคันเลยต้องเดินเท่าลงดอย อีก 1.7 กิโลเมตรทั้งเดินทั้งวิ่ง เพราะกลัวในความมืดที่ไม่รู้ว่ามีสัตว์ป่าที่อันตรายหรือเปล่า เราใช้เวลากันซักพักกว่าจะมาถึงที่กางเต็นท์ด้านล่างทำเอา ร้อนเลยครับตอนนี้ เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ อากาศที่ว่าหนาวต้อนนี้ร้อนมากครับ พ่อกับแม่ผมท่านไม่ได้ขึ้นไปด้วยเลยไปซื้อกับข้าว ด้านล่างลมแรงมากทีเดียวครับ ตรงจุดสำหรับกางเต็นท์ เขาทำเป็นแบบขั้นบันไดตามไหลเขา และมีห้องน้ำไว้คอยอำนวยความสะดวกอยู่ด้านล่าง มีทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำไว้คอยบริการ ฟรีครับ
(more…)
เที่ยวตลาดชายแดนแม่สาย “ท่าขี้เหล็ก” อำเภอแม่สาย เป็นอำเภอเหนือสุดของจังหวัดเชียงราย และของประเทศไทย ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 891 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดเชียงราย 63 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 285 ตารางกิโลกเมตร หรือ 178,125 ไร่ โดยมีพื้นที่เป็นอันดับที่ 14 จากจำนวน 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย มีอาณาเขตติดต่อกับ อ.เชียงแสน อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง
และด้านเหนือติดกับเมืองท่าขี้เหล็กของประเทศพม่า มีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดนธรรมชาติ เป็นจุดผ่านแดนที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวซื้อหาพลอยและสินค้าราคาถูกที่หลั่งไหลมาจากประเทศจีน จากจุดผ่านแดนนี้คุณยังสามารถเดินทางไปยังเมืองเชียงตุงและสิบสองปันนาของจีนอีกด้วยครับ
ครั้งหนึ่งที่ “ภูชี้ฟ้า” ทะเลหมอกเมืองหนาว ทริปนี้เป็นทริบเล็กๆ ก่อนสิ้นปีครับ เพราะคิดว่าถ้าไปตอนสิ้นปีคงไม่มีที่อยู่แน่ๆ เพราะทุกคนก็รู้ว่าความสวยงามของ ภูชี้ฟ้านั้น มั่นยั่วยวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ อดใจไม่ไหวจริงๆ ที่เราจะไปสำผัสกับสุดยอด ทะเลหมอก ซักครั้งหนึ่งของชีวิต
เราออกเดินทางจากรถเที่ยว กรุงเทพฯ – เชียงแสน เวลาที่ใช้สำหรับนั่งบนรถนั้น นานเหลือเกิน 11 ชั่วโมงโดยประมาณ ท่านใดที่มีรถส่วนตัวผมแนะนำให้เอารถไปเองจะเร็วกว่า ครับ
(more…)
Recent Comments